<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel>
    <title>Forem: Paiboon</title>
    <description>The latest articles on Forem by Paiboon (@paiboonb).</description>
    <link>https://forem.com/paiboonb</link>
    <image>
      <url>https://media2.dev.to/dynamic/image/width=90,height=90,fit=cover,gravity=auto,format=auto/https:%2F%2Fdev-to-uploads.s3.amazonaws.com%2Fuploads%2Fuser%2Fprofile_image%2F408727%2Fd42ffadd-825a-48a1-939b-4ae749a67ad6.jpeg</url>
      <title>Forem: Paiboon</title>
      <link>https://forem.com/paiboonb</link>
    </image>
    <atom:link rel="self" type="application/rss+xml" href="https://forem.com/feed/paiboonb"/>
    <language>en</language>
    <item>
      <title>กฏของพาร์กินสัน</title>
      <dc:creator>Paiboon</dc:creator>
      <pubDate>Fri, 17 Jul 2020 15:16:19 +0000</pubDate>
      <link>https://forem.com/paiboonb/-10p4</link>
      <guid>https://forem.com/paiboonb/-10p4</guid>
      <description>&lt;p&gt;&lt;a href="https://res.cloudinary.com/practicaldev/image/fetch/s--6FYGSy8O--/c_limit%2Cf_auto%2Cfl_progressive%2Cq_auto%2Cw_880/https://upload.wikimedia.org/wikipedia/en/b/b1/Parkinson%2527s_Law_Book.jpg" class="article-body-image-wrapper"&gt;&lt;img src="https://res.cloudinary.com/practicaldev/image/fetch/s--6FYGSy8O--/c_limit%2Cf_auto%2Cfl_progressive%2Cq_auto%2Cw_880/https://upload.wikimedia.org/wikipedia/en/b/b1/Parkinson%2527s_Law_Book.jpg" alt="Alt Text"&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากวิกิพีเดียว่า "Work expands so as to fill the time available for its completion."&lt;/p&gt;

&lt;h1&gt;
  
  
  "งานขยายออกเท่ากับเวลาที่กำหนดให้เสร็จ"
&lt;/h1&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งอันนี้มันไม่ไดเกี่ยวข้องอะไรกับโรคพาร์กินสันเลย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดูสิ พอกำหนดเวลาเท่าเดิม แต่งานมากขึ้น ก็ทำเสร็จได้. ต.ย. จากรายการวิทยุที่เดิมจัด 30 นาที. พอมาเพิ่มเป็น 60 นาที ก็ยังจัดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือ งานเท่าเดิม แต่กำหนดเวลาลง คือ เอา deadline เข้ามาใกล้ขึ้น ก็เสร็จได้เหมือนเดิม.&lt;/p&gt;

</description>
    </item>
    <item>
      <title>สองวิธีแก้ความขี้เกียจ</title>
      <dc:creator>Paiboon</dc:creator>
      <pubDate>Fri, 10 Jul 2020 14:00:18 +0000</pubDate>
      <link>https://forem.com/paiboonb/-28k7</link>
      <guid>https://forem.com/paiboonb/-28k7</guid>
      <description>&lt;h2&gt;
  
  
  ความขี้เกียจคือข้ออ้างที่จะไม่ทำการงานต่าง ๆ
&lt;/h2&gt;

&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;มักให้อ้างว่าหนาวนัก แล้วไม่ทำการงาน&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;มักให้อ้างว่าร้อนนัก แล้วไม่ทำการงาน&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;มักให้อ้างว่าเวลาเย็นแล้ว แล้วไม่ทำการงาน&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;มักให้อ้างว่ายังเช้าอยู่ แล้วไม่ทำการงาน&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;มักให้อ้างว่าหิวนัก แล้วไม่ทำการงาน&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;มักให้อ้างว่าระหายนัก แล้วไม่ทำการงาน&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;

&lt;p&gt;&lt;a href="https://www.youtube.com/watch?v=6NPwQQqrpaA"&gt;https://www.youtube.com/watch?v=6NPwQQqrpaA&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;

&lt;h2&gt;
  
  
  วีธีแก้คือ กำจัดข้ออ้างเหล่านี้ออกไปด้วย 2 วิธีการ
&lt;/h2&gt;

&lt;h4&gt;
  
  
  1. ลงมือทำทันที ด้วยอุฏฐานสัมปทา
&lt;/h4&gt;

&lt;p&gt;เหมือนตัวสำรองเวลาที่เล่นกีฬา มานั่งๆ นอนๆ อยู่ข้างสนาม. แต่เมื่อไหร่ที่มีการเปลี่ยนตัวลงไปในสนาม ตัวสำรองจะลุกขึ้นอย่างมีชีวิตชีวาทีเดียว &lt;/p&gt;

&lt;h4&gt;
  
  
  2. พิจารณาในจิตด้วยการเห็นเป็นทุกข์ ในสิ่งที่ไม่เที่ยง
&lt;/h4&gt;

&lt;p&gt;ความขี้เกียจทำให้มีข้ออ้าง. กำจัดความขี้เกียจด้วยปัญญา โดยการเห็นความเป็นของที่ทนอยู่ได้ยาก ในสิ่งที่ไม่เที่ยง &lt;/p&gt;

</description>
    </item>
    <item>
      <title>ไม่ควรทุกข์โดยไม่จำเป็น</title>
      <dc:creator>Paiboon</dc:creator>
      <pubDate>Fri, 03 Jul 2020 15:41:53 +0000</pubDate>
      <link>https://forem.com/paiboonb/-3cj0</link>
      <guid>https://forem.com/paiboonb/-3cj0</guid>
      <description>&lt;p&gt;มีสามีภรรยาคู่หนึ่งประกอบการงานด้วยความซื้อสัตย์สุจริต อยู่ศีลในธรรม ประสบความสำเร็จในชีวิตเป็นอย่างดี และอยู่ในระดับของครอบครัวผู้มีฐานะครอบครัวหนึ่ง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาทั้งสองได้ให้กำเนิดบุตรชาย 2 คน. และได้ส่งลูกชายทั้งสอง ไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษตั้งแต่อายุ 11 ปี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนเมื่อเร็วนี้ ลูกชายคนโต ซึ่งบัดนี้อายุ 32 ปี เรียนจบในระดับปริญญาเอก ได้รับการตอบรับจากบริษัทในประเทศไทย เพื่อเข้าทำงานตำแหน่งผู้บริหาร ด้วยอัตราเงินเดือนที่น่าสนใจ. จึงเดินทางกลับมาอยู่ที่บ้าน และ จะแต่งงานกับแฟน สร้างครอบครัวของตน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ่อแม่ ซึ่งปัจจุบันก็มีบ้านหลังใหญ่ อยู่บนที่ดิน ที่มีเนื้อที่กว้างขวาง จึงมีความปรารถนาที่จะให้บุตรคนนี้ ได้ปลูกเรือนขึ้นใหม่ ให้อยู่ในบริเวณที่ดินเดียวกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในที่สุดลูกก็ตัดสินใจไปซื้อบ้านใหม่ เป็นหมู่บ้านจัดสรรที่อยู่ที่อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และวันนั้นก็ใกล้เข้ามาถึง คือวันที่ลูกจะย้ายออกไปอยู่บ้านใหม่ที่เขาซื้อไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาคือ &lt;strong&gt;พ่อแม่ทำใจไม่ได้&lt;/strong&gt; เมื่อวันที่ลูกต้องย้ายออกไปอยู่บ้านใหม่ของตนเอง พร้อมกับภรรยา พ่อแม่จำทำใจอย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อท่านได้อ่านประเด็นปัญหาเรื่องนี้แล้ว. ท่านคิดว่า จะให้คำแนะนำสามีภรรยาคู่นี้อย่างไร?&lt;/p&gt;

</description>
    </item>
    <item>
      <title>มองโลกในแง่ดีและร้าย</title>
      <dc:creator>Paiboon</dc:creator>
      <pubDate>Fri, 19 Jun 2020 13:53:55 +0000</pubDate>
      <link>https://forem.com/paiboonb/-lm1</link>
      <guid>https://forem.com/paiboonb/-lm1</guid>
      <description>&lt;p&gt;ไม่ว่าคุณจะทำ Project, ติดต่อผู้คน, เดินทาง, แก้ปัญหา, คิดงานใหม่ ฯลฯ จะต้องมีประเด็นของมุมมองที่เกี่ยวข้องกับแง่ดี และ แง่ร้ายเสมอ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;TL;DR รอบคอบ อย่างมีเมตตา ด้วยทางสายกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มองโลกแต่ในแง่ร้ายอย่างเดียว ก็ไม่ดี มองแต่แง่ดีอย่างเดียว ก็ไม่ได้ เพราะมองแต่ในแง่ร้าย มันก็เป็นความคิดอกุศล หรือว่ามองแต่ในแง่ดีอย่างเดียว กลายเป็นคนโลกสวย ถูกเขาเอาเปรียบ ถูกเขาหลอกได้&lt;/p&gt;

&lt;h3&gt;
  
  
  สุดโต่ง 2 ข้าง พยายามดึงเราไป 2 ทาง
&lt;/h3&gt;

&lt;h4&gt;
  
  
  คนมองโลกในแง่ร้าย
&lt;/h4&gt;

&lt;p&gt;คนที่ถูกครอบงำด้วยการมองโลกในแง่ร้าย มักจะมีเสียงในหัวประเภทนี้ คือ &lt;br&gt;
&lt;em&gt;" Project นี้มันจะ work เหรอ ?, ใคร ๆ เขาก็ทำกันน่ะ "&lt;/em&gt;&lt;br&gt;
&lt;em&gt;" อันนี้ขายไม่ออกแน่, ไม่มีใครซื้อหรอก "&lt;/em&gt;&lt;br&gt;
&lt;em&gt;" คนนี้เขาต้องมีอะไรแอบแฝงแน่ ๆ เลย, ระวังโดนหลอกน่ะ"&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะมีความหยาบกระด้างอยู่ในจิต ค่อนข้างไปในทางอารมย์ร้าย เคลือบแคลงไม่ลงใจ อิจฉาริษยาบ้าง ขี้กลัวไม่กล้าเสี่ยงบ้าง ก็จะมีผลเป็นความไม่ก้าวหน้า ดักดานอยู่ที่เดิม หรือไม่ก็รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ inferiority complex, มีความคิดน้อมไปในทางอกุศล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่ดี&lt;/strong&gt;. เพราะจะมีส่วนที่เป็นความรอบคอบ คิดนึกถ้วนถี่อยู่ บางครั้งอาจจะถูกก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;h4&gt;
  
  
  คนโลกสวย
&lt;/h4&gt;

&lt;p&gt;คนที่เป็นคนโลกสวย มักเสียงในหัวประเภทนี้ คือ &lt;br&gt;
&lt;em&gt;" ลงทุนไปแล้ว เดี๋ยวมันก็ขึ้นหรอก "&lt;/em&gt;&lt;br&gt;
&lt;em&gt;" ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวก็ขายได้ ใจเย็น ๆ "&lt;/em&gt;&lt;br&gt;
&lt;em&gt;" เดี๋ยวทุกอย่างก็ดีขึ้นเอง "&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้มักจะประมาทเลินเล่อ สะเพร่า ไม่ระมัดระวัง ไม่รอบคอบ สุดท้ายก็ถูกเอารัดเอาเปรียบ หรือ ถูกหลอกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่ดี&lt;/strong&gt;. เพราะจะมีส่วนที่เป็นความเมตตา ความเห็นอกเห็นใจ มีความใจเย็นอยู่&lt;/p&gt;

&lt;h3&gt;
  
  
  เอาบางอย่างไม่เอาบางอย่าง
&lt;/h3&gt;

&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คนมองโลกในแง่ร้าย&lt;/strong&gt; ก็ไม่เหมือนกับ &lt;em&gt;คนรอบคอบ&lt;/em&gt; เพราะ &lt;em&gt;คนรอบคอบ&lt;/em&gt; เขาจะไม่ได้คิดเรื่องอกุศล.&lt;/p&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คนโลกสวย&lt;/strong&gt; ก็ไม่เหมือนกัน &lt;em&gt;คนใจดีมีเมตตา&lt;/em&gt; เพราะ &lt;em&gt;คนใจดีมีเมตตา&lt;/em&gt; เขาจะไม่ได้เป็นคนประมาทเลินเล่อ&lt;/p&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;

&lt;p&gt;&lt;em&gt;ไม่ใช่&lt;/em&gt; &lt;strong&gt;เอา&lt;/strong&gt;ทุกอย่าง และก็ &lt;em&gt;ไม่ใช่&lt;/em&gt; &lt;strong&gt;ปฏิเสธ&lt;/strong&gt;ทุกอย่าง แต่บางอย่าง&lt;em&gt;ต้องมี&lt;/em&gt; บางอย่าง&lt;em&gt;ต้องละ&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;

&lt;h4&gt;
  
  
  สิ่งที่ต้องละ
&lt;/h4&gt;

&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;
&lt;strong&gt;ทางร้าย&lt;/strong&gt;  ความเคลือบแคลง, ความโกรธ, ความกลัวที่เป็นอกุศล&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;
&lt;strong&gt;ทางหลง&lt;/strong&gt; ความประมาทเลินเล่อ, ราคะ, ความเพลิน, ขึ้เกียจ, เหลาะแหล่ะ&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;

&lt;h4&gt;
  
  
  สิ่งที่ต้องมี
&lt;/h4&gt;

&lt;p&gt;ต้องฝึกให้มีความรอบคอบ อดทน ปัญญา เมตตา กรุณา,​อาจจะเจอความผิดหวังบ้าง, สมหวังบ้าง แต่ก็จะสามารถอยู่ในโลกนี้ได้อย่างมีความผาสุกได้&lt;/p&gt;

</description>
      <category>firstpost</category>
      <category>ธรรมะ</category>
      <category>writing</category>
    </item>
    <item>
      <title>นักพัฒนา กับ การภาวนา</title>
      <dc:creator>Paiboon</dc:creator>
      <pubDate>Sun, 14 Jun 2020 15:12:30 +0000</pubDate>
      <link>https://forem.com/paiboonb/-5e7l</link>
      <guid>https://forem.com/paiboonb/-5e7l</guid>
      <description>&lt;p&gt;&lt;a href="https://res.cloudinary.com/practicaldev/image/fetch/s--9MqE6FN0--/c_limit%2Cf_auto%2Cfl_progressive%2Cq_auto%2Cw_880/https://dev-to-uploads.s3.amazonaws.com/i/2u3nj99m8mgzsxq3e5va.jpeg" class="article-body-image-wrapper"&gt;&lt;img src="https://res.cloudinary.com/practicaldev/image/fetch/s--9MqE6FN0--/c_limit%2Cf_auto%2Cfl_progressive%2Cq_auto%2Cw_880/https://dev-to-uploads.s3.amazonaws.com/i/2u3nj99m8mgzsxq3e5va.jpeg" alt="Alt Text"&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การพัฒนา&lt;/strong&gt; คือ Development Work เช่น นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ นักพัฒนาซอพแวร์โปรแกรม. เราจะใช้คำเรียกว่า Developer กล่าวถึงในบริบทการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การภาวนา&lt;/strong&gt; มาจากศัพท์ว่า &lt;code&gt;ภาวิตา&lt;/code&gt; ซึ่งแปลตามศัพท์ก็คือ การเจริญ, และแปลเป็นไทยก็คือ การพัฒนา คือ Development กล่าวถึงในบริบทการทำสมาธิภาวนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้ง การพัฒนา และ การภาวนา มีแง่มุมที่คล้าย ๆ กันอย่างมากทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;h3&gt;
  
  
  1. ต้องเรียนรู้อยู่เสมอ
&lt;/h3&gt;

&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การพัฒนา&lt;/strong&gt; คุณจะอยู่นิ่งเฉยไม่ได้. เทคโนโลยี่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แล้วหลาย ๆ ครั้ง เราก็ไม่ได้จะจำอะไรได้ทุกอย่างตลอดเวลา วีธีการแก้ปัญหา solution บางอย่าง ก็มีหลากหลายวิธี จึงจำเป็นต้องมีการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การภาวนา&lt;/strong&gt; ก็มี &lt;code&gt;วิมังสา&lt;/code&gt; ซึ่งหมายถึงการพัฒนา พิจารณา ปรับปรุงอยู่เสมอ โดยการเรียนรู้เป็นประสบการณ์ คำว่า "ประสบ" หมายถึงต้องมีผัสสะนั่นเอง. เมื่อมีผัสสะ แล้วใส่การเรียนรู้ การภาวนา ก็ก้าวหน้าได้.&lt;/p&gt;

&lt;h3&gt;
  
  
  2. ใส่ใจในรายละเอียด
&lt;/h3&gt;

&lt;p&gt;การเขียนโปรแกม แค่ quote ' or " ผิดตัวเดียว ก็เป็น bug ผิดพลาดกันได้มาก. &lt;strong&gt;นักพัฒนา&lt;/strong&gt;จึงต้องเป็นคนละเอียดรอบคอบ ในทุกบรรทัดของโค้ด ต้องตรวจแล้วตรวจอีกในทุกเงื่อนไข ก่อนนำไปใช้จริงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจะทำสมาธิภาวนาก็เริ่มด้วยการมาสังเกตุจุดเล็กเช่น ลมหายใจ เป็นต้น จากนั้นก็ค่อยพัฒนาขึ้นไป ใส่ใจในรายละเอียดของสติ ของสัมปชัญญะ ความเข้าใจผิดนิดหน่อย เช่น "อดทน" กับ "เก็บกด" ก็ทำให้สถานการณ์พลิกแพลงไปคนละอย่างได้ ต้องใส่ใจในรายละเอียดทุกอย่างให้ดี&lt;/p&gt;

&lt;h3&gt;
  
  
  3. ขยันด้วยปัญญา (ไม่เกียจคร้าน)
&lt;/h3&gt;

&lt;p&gt;มีการพูดถึงว่า นักพัฒนาบางคน&lt;a href="https://dev.to/drm317/the-lazy-developer-5goe"&gt;ขี้เกียจ&lt;/a&gt;จึงคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้แก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ แต่ถ้าเราไปอ่านในรายละเอียดจะเป็นเรื่องของปัญญา ที่หาวิธีการแก้ปัญหา จึงทำให้อะไรง่ายขึ้นในการพัฒนาโปรแกรม. เริ่มจากไม่มีอะไร เป็นมีทีละตัว ทีละคำสั่ง ไปจนเป็นทั้ง application ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การภาวนาก็ต้องมีความขยันอยู่แล้วในตัว คือมีการปฏิบัติเข้ากับการเรียนรู้ด้วยเลย. ไม่ได้จะเห็นแก่ความสบายหรือลำบาก แต่เห็นแก่กุศลธรรม ถ้ากุศลธรรมเกิดแม้จะอยู่ลำบากก็ตาม นั่นคือความเพียรที่มีผลขึ้นมาทันที.&lt;/p&gt;

</description>
    </item>
  </channel>
</rss>
